The Lotus 2-Eleven – Track Day Driving Got Serious. เปิดตัวครั้งแรกในงานครบรอบ 77 ปีของงาน Geneva International Motor Show เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2007 ที่ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งรถโลตัส 2-Eleven คันนี้ถูกสร้างมาเพื่อลงแทรคโดยเฉพาะเจ้ารถแข่งคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากภายใต้ปรัชญาของ Colin Chapan ที่ว่า
“สุดยอดสมรรถนะเกิดขึ้นมาจากน้ำหนักที่เบา”
ด้วยน้ำหนักเพียง 670 กิโลกรัม (1477 lbs) หรือ 742 กิโลกรัม (ในสภาวะที่บรรจุ
น้ำมันเต็มถัง) และมีแรงม้าเท่ากับ 252 แรงม้า เพียงแค่เร่งเบาๆเครื่องยนต์ระบบ Supercharged และ Intercooled ก็จะทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพถึง 1796 cc.ซึ่งสัดส่วนของเครื่องยนต์นี้เหมือนกันกับรถที่ใช้แข่งในการแข่งขันรถยนต์สูตร1 ในปี 1960 อีกด้วย
Mike Kimberley Chief Executive Officer ของโลตัส กล่าวว่า “
ซึ่งจะมีถึง 3 สีสันในรถเพียงหนึ่งคันเท่านั้น
รถ Lotus 2-Eleven มี 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน เวอร์ชั่นแรก คือสามารถขับขี่ได้บนท้องถนน (ซึ่งได้รับอนุญาตความเห็นชอบจากประเทศอังกฤษ) และเวอร์ชั่นที่สองคือที่ใช้วิ่งเฉพาะแต่ในแทรคแข่งขันเท่านั้นด้วย Package aerodynamic. ซึ่งประกอบด้วยสปอยด์เลอร์ที่วัสดุทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ เครื่องยนต์. ด้วยระบบ Supercharged และ Intercooled ความจุอยู่ที่ 1796 cc ในรถโลตัส 2-eleven คันนี้ หรือ 255 แรงม้า ต่อ 8000 รอบ และให้แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 242 นิวตันเมตร ที่ 7000 รอบ สุดยอดพลังและแรงบิดเช่นนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยระบบแปรผัน VVTL-I ที่ทำให้มั่นใจได้ถึงการเริ่มรอบเครื่องที่ต่ำจนไล่ระดับไปจนถึงขีดสุดที่ 8000 ซึ่งเกิดจากขุมกำลัง Eaton M62 Supercharger Transmission. ด้วยชุดเกียร์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา C64.6-Speed Manual ที่มีอัตราการทดตัว เหมือนกับในรุ่น Exige S ที่มาพร้อมกับระบบ LTCS หรือ (Lotus Switchable Traction Control System ) ซึ่งระบบนี้จะทำงานเมื่อถึงความเร็ว 8 ก.ม./ช.ม. และตอบสนองได้อย่างลงตัว แชสซีและส่วนประกอบสำคัญของความปลอดภัย. รถโลตัส 2-Eleven มีความพิเศษที่แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปจากในรุ่น Elise โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ได้พื้นฐานมาจากในรุ่น Exige S นั่นคือการเชื่อมต่อวัตถุอลูมิเนียมด้วยการติดยึดด้วยสารสังเคราะห์พิเศษ ซึ่งสิ่งนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับรถและครอบคลุมถึงเรื่องของความปลอดภัยรวมถึงการใช้วัสดุจากไฟเบอร์กลาส ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ทาง Lotus ได้รับรางวัลการันตีถึงความครบถ้วนและสมบูรณ์แบบมากมาย ตัวถังรถ. ด้วยโครงสร้างของรถที่ สร้างขึ้นจาก Core-mat technology จึงทำให้รถมีน้ำหนักเบาขึ้น 40 Kg หรือ 88 ปอนด์ ล้อและยาง. ด้วยขนาดยางของ Yokohama A048 R LTS หน้า 495/50 R16 และยางหลังคือ 225/45 R17รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีความคงทนเป็นพิเศษ เพื่อการควบคุมความเป็นหนึ่งโดยโลตัส ด้วยจานเบรกแบบCross Drilled ขนาด 288 mm และคาลิเปอร์แบบอลูมินั่มอัลลอยล์ AP Raeing 2 Piston และด้านหลังใช้ Brembo สูบเดี่ยว และน้ำมันเบรคซิลิคออนคุณภาพสูง และยิ่งเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ด้วย ระบบเบรก ABS ช่วงล่าง ปีกนกคู่ ระบบโช๊คอัพปรับระดับ 2 ทาง Ohins กับ anti-rollbar เพื่อรองรับการสั่นสะเทือนในเวลาขับขี่อย่างหนักในแทรค Performance. 0-60 ไมล์ ต่อชั่วโมง 3.8 วินาที
0-100 ไมล์ (0-160 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง 9.1 วินาที
0-100 (0-100 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง 3.9 วินาที
อัตราเร่งสูงสุดอยู่ที่ 155 mph (250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
กำลังสูงสุดอยู่ที่ 255 Ps (252 bhp/188) หรือ 8000 รอบ
แรงบิดสูงสุด 242 นิวตันเมตร (179 Ib/ft) หรือ 7000 รอบ
ประวัติรถยนต์โลตัส. รถยนต์โลตัสสร้างขึ้นคันแรกในปี 1948 โดย คอลิน แชพแมน (Colin Chapman 1928-1982) ซึ่งเป็นวิศวกรที่มีความหลงใหลในการแข่งขันรถยนต์เป็นอย่างมาก ในปี 1952 บริษัทโลตัส เอนเจอร์เนียริ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างเป็นโรงงานในการผลิตรถแข่งที่ตอนเหนือของลอนดอน และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 15 ปี บริษัทจึงย้ายสำนักงานใหญ่ที่ Hethel ในระหว่างปี 1958 ถึงปี 1994 ผู้บริหารโลตัสจึงตัดสินใจทำทีมลงแข่งรถฟอร์มูล่าวัน และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ในการแข่งขันชนะ 79 สนามในการแข่งขัน รถฟอร์มูล่าวัน ชนะ 7 ครั้งในการแข่งรถฟอร์มูล่าวันแบบทีม และชนะ 6 ครั้งในประเภทคนขับ ได้เหรียญในการแข่งขันโอลิมปิก และชนะเลิศในการแข่งขันรายการรถอินดี้ 500 ที่ประเทศอเมริกา บริษัท กรุ๊ป โลตัส จำกัด(มหาชน). มีการแบ่งการทำงานอย่างชัดเจนในบริษัทโลตัสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ โลตัสคาร์ และ โลตัสเอนเจอร์เนียริ่ง โลตัส คาร์ ทำหน้าที่ในการสร้าง และขายโลตัส ทั้ง Elise,Exige และEuropa สร้างสปอร์ต คาร์ ให้กับเจเนอร์เริล มอเตอร์ และสร้างกันชนหน้าและหลังให้กับ Aston Martin V12 Vanquish และประสบความสำเร็จอย่างมากกับ Lotus Cortina,Lotus Chrysler Sunbeam และ Opel/Vauxhall Carlton Supercar. โลตัส เอนเจอร์เนียริ่ง ดูแลและให้บริการ เป็นที่ปรึกษาในด้านเทคโนโลยี และการซ่อมบำรุงต่างๆให้กับตัวแทนต่างๆ ทั่วโลกและพัฒนาการผลิต และนวตกรรมใหม่ๆ ปัจจุบันมีสาขากว่า 77 แห่ง และโครงการต่างๆกว่า 226 โครงการทั่วโลก
If you wish to have further details, please contact us.
|